Thaipat Institute

GRI Certified Training Partner นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2556

รู้จัก    CG   ¦   ESG   ¦   CSR   ¦   CSV   ¦   SD   ¦   SE   ¦   SB

คิกออฟ CSR DAY ปี 2 ตั้งเป้าขยายฐานความรู้เพิ่ม 50 องค์กร


หลังจากที่โครงการ CSR DAY เปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จากการรวมตัวของสถาบันธุรกิจเพื่อสังคม (CSRI) ตลาด หลักทรัพย์ฯและสถาบันไทยพัฒน์นับถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 9 เดือน ที่โครงการได้เข้าไปให้ความรู้เรื่องซีเอสอาร์เชิงปฏิบัติการแก่พนักงานในบริษัทต่าง ๆ ทั้งบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯและองค์กรธุรกิจทั่วไป โดยไม่คิดมูลค่า เพราะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) และ บมจ.บางจากปิโตรเลียม

ในแง่ความสำเร็จของโครงการ หากวัดกันที่จำนวนขององค์กรที่โครงการ CSR DAY เข้าไปจัดกิจกรรมให้ ไม่ว่าจะเป็นผู้เข้าร่วมที่มีกว่า 2,500 คน ใน 78 บริษัท จากที่ตั้งเป้าไว้ที่ 50 องค์กร หรือจำนวนกิจกรรมกว่า 8,000 กิจกรรม ที่เกิดจากการระดมสมองพนักงาน ก็เรียกว่าสำเร็จทะลุเป้า หากแต่วิทยากรคนสำคัญของโครงการ ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ กลับมองที่ความสำเร็จจากคุณภาพของเนื้องาน มากกว่าจำนวนตัวเลข โดยเฉพาะความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับพนักงานที่มีความเข้าใจคำว่าซีเอสอาร์มากขึ้นและความมี ส่วนร่วมกับกิจกรรมขององค์กร

"นอกเหนือจากตัวเลขที่ได้มา อยากให้ดูที่กิจกรรมที่พนักงานแต่ละองค์กรได้คิดขึ้นและองค์กรนำไปปฏิบัติจริง ๆ นั่นถือว่าเป็นมิติใหม่ ที่องค์กรธุรกิจได้มีโอกาสฟังเสียงของพนักงานว่าเขามองซีเอสอาร์อย่างไรและเขาต้องการให้องค์กรทำซีเอสอาร์ไปในทิศทางไหน โดยพนักงานที่เข้าร่วมกิจกรรมวันหนึ่งก็จะพลิกบทบาทเป็น CSR Agent ให้กับองค์กร"

ดร.พิพัฒน์บอกว่า ที่ผ่านมาประเด็นที่บริษัททำซีเอสอาร์อาจจะมีจากภายนอกซึ่งพนักงานก็เป็นกลไกสำคัญที่ทำกิจกรรม ซีเอสอาร์ให้ประสบความสำเร็จ การได้พัฒนากิจกรรมที่เกิดจากความคิดของ พวกเขาจริง ๆ จะทำให้เกิดความภูมิใจและการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ซึ่งในโครงการนี้มีอย่างน้อย 10 บริษัท

"จากการพูดคุยกับผู้เข้าร่วมอบรม ก็พบว่า หลังจากเข้าร่วมกิจกรรมแล้วเห็นภาพของซีเอสอาร์มากขึ้นและรู้ว่าสามารถทำซีเอสอาร์ได้ในทุกวันถึงแม้จะวัดเป็นจำนวนไม่ได้แต่เป็นความรู้สึกในใจของ พนักงานว่าเขาสามารถใส่เรื่องซีเอสอาร์ลงไปได้ในชีวิตประจำวัน ขณะที่องค์กรที่เข้าร่วมจะมีองค์ความรู้อยู่กับพนักงาน เมื่อต้องการทำซีเอสอาร์อย่างจริงจังก็สามารถขับเคลื่อนได้ง่าย" ดร.พิพัฒน์กล่าว

จากความสำเร็จในเฟสแรกจึงเป็นแรงผลักดันให้เกิด CSR DAY ในเฟส 2 ที่จะมีเนื้อหาอัพเดตกว่าเดิม โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานที่กำลังเข้ามาอย่าง ISO 26000 ที่พยายามทำให้ผู้ร่วมกิจกรรมเห็นว่างานที่เขาทำทุกวันจะสามารถลิงก์กับมาตรฐานได้อย่างไร โดยตั้งเป้าไว้ที่ 50 องค์กร และยังมีส่วนขององค์กรเดิมที่ต้องการให้จัดกิจกรรมซ้ำเพราะยังมีพนักงานหลายคนที่ไม่มีโอกาสเข้าร่วม โดยในเฟส 2 นี้ นอกจากคณะทำงานและผู้สนับสนุนรายเดิมแล้วยังมีผู้สนับสนุนรายใหม่อย่าง บมจ.กสท โทรคมนาคม เพราะเห็นความสำคัญของการทำซีเอสอาร์จากพลังภายใน หรือ (CSR in Process) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทที่ต้องการขยาย DNA สำนึกดีต่อสังคมสู่องค์กรอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม CSR DAY Network ที่จะเชื่อมเครือข่ายของผู้ร่วมโครงการได้มาแลกเปลี่ยนความรู้กันเป็นระยะ ๆ เพื่อต่อยอดความรู้ที่ได้ออกไปกว้างขวางยิ่งขึ้น

"วันนี้ถ้าไม่สร้างความเข้าใจเรื่อง ซีเอสอาร์ให้กับองค์กรและสื่อสารออกมาผิด ๆ จะทำให้สังคมมองซีเอสอาร์เป็นการสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรก็จะเกิดความเสียหายทั้งด้านสังคมและตัวองค์กรเอง และสุดท้ายซีเอสอาร์ก็จะถูกมองเป็นเพียงมุขใหม่ของธุรกิจแทนที่จะเป็นซีเอสอาร์ จริง ๆ" ดร.พิพัฒน์กล่าวทิ้งท้าย

องค์กรธุรกิจที่สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการ CSR DAY ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.csrday.com


[Original Link]